Rss

เตรียมความพร้อมให้รอบด้านก่อนลงทุน

แม้ว่าการลงทุนจะเป็นเส้นทางที่นำพาคุณไปสู่ความมั่งคั่งได้อย่างรวดเร็ว แต่ก่อนจะตัดสินใจกระโจนลงสู่สนามการลงทุน ต้องมีการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ เพื่อทำให้การลงทุนเป็นไปอย่างราบรื่น ลดอุปสรรคต่างที่ขัดขวางความสำเร็จในการลงทุน และช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินลงไปได้อีกมาก
1. เตรียมพร้อมความรู้ก่อนการลงทุน ควรศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการลงทุนและเลือกลงทุนในสิ่งที่ตนเองถนัด อย่าลงทุนตามคนอื่นหรือคำแนะนำจากกูรูโดยไม่พิจารณาปัจจัยต่างๆให้ดีเสียก่อน เพราะอาจมีโอกาสผิดพลาดสูง
2. เตรียมเงินให้พร้อมสำหรับการลงทุน เงินที่เหมาะสำหรับการลงทุนคือเงินเย็นที่ยังไม่มีความรีบร้อนในการใช้เงิน เพราะการลงทุนบางอย่างต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรจึงจะเห็นผลตอบแทนที่ชัดเจน การกู้หนี้ยืมสินมาลงทุนจึงเป็นความเสี่ยงในการลงทุนที่ไม่ควรทำ
3. เตรียมสภาพคล่องทางการลงทุน เพราะการลงทุนต้องมีการซื้อสินทรัพย์เพื่อการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พอร์ตการลงทุนค่อยๆโตขึ้นจนกว่าจะได้รับผลตอบแทนอย่างที่ต้องการ ดังนั้นจึงควรมีความพร้อมในเรื่องเงินที่จะลงทุน และกฎที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ควรมีเงินสำรองอย่างน้อย 5-10 % ของพอร์ตการลงทุนเพื่อที่ว่าจะได้มีโอกาสซื้อสินทรัพย์ที่ดีในราคาถูกเมื่อตลาดเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะเป็นโอกาสให้ได้สินทรัพย์ดีๆเอาไว้ในพอร์ตได้มากขึ้น
4. เตรียมความพร้อมเรื่องสุขภาพ ด้วยการซื้อประกันสุขภาพเพื่อให้ความอุ่นใจในยามเจ็บป่วย เพราะคนจำนวนไม่น้อยที่อุตส่าห์ออมหุ้นเอาไว้อย่างดี แต่พอเจ็บป่วยต้องเสียเงินมาก ต้องตัดใจขายหุ้นเพื่อนำเงินมาจ่ายค่าโรงพยาบาล แบบนี้ก็ไม่คุ้ม
เตรียมความพร้อมในการลงทุนให้รอบด้าน เพื่อให้การลงทุนของคุณมีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากยิ่งขึ้น

กองทุนรวม ทางเลือกการลงทุนสำหรับมือใหม่

เมื่อต้องการจะลงทุน แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นที่ไหนดี ทางเลือกในการลงทุนที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งก็คือกองทุนรวม เพราะเป็นการการลงทุนที่มีมืออาชีพคอยช่วยบริหารกองทุนให้ เหมาะสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่ค่อยแน่ใจว่าความรู้หรือความเชี่ยวชาญที่มีจะเพียงพอต่อการบริหารการลงทุนหรือไม่ อีกทั้งการซื้อกองทุนรวมยังให้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี ที่คุณสามารถนำไปขอลดหย่อนเพื่อให้มีเงินเหลือติดกระเป๋ามากขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้การซื้อกองทุนรวมยังใช้เงินเริ่มต้นไม่มากและสามารถซื้อเพิ่มได้ในทุกๆเดือน
ลักษณะของการลงทุนในกองทุนรวม จะเป็นการนำเงินของผู้ลงทุนหลายๆคนมารวมกันแล้วนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ซึ่งผลตอบแทนที่ได้ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของกองทุนว่าจะนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์แบบไหน หากเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงก็มีโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนในอัตราสูงๆ เช่นเดียวกับสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนที่ได้ก็จะน้อยลงไปด้วย
การลงทุนในกองทุนรวม สามารถทำได้ไม่ยาก เพียงเปิดบัญชีกองทุนรวมโดยใช้เอกสารตามที่ระบุเอาไว้ และทำการซื้อขายกองทุนรวมกับ บลจ.แต่ละแห่งโดยตรง ซึ่งหลังจากเปิดบัญชีครั้งแรกแล้ว คุณก็จะได้รับหลักฐานยืนยันการลงทุนซึ่งต้องเก็บรักษาเอาไว้ให้ดี
หากสนใจที่จะลงทุนในกองทุนรวม ควรศึกษาข้อมูลของกองทุนให้ละเอียด และเลือกลงทุนในกองทุนที่มีมีนโยบายในระดับความเสี่ยงที่สามารถยอมรับได้ อีกทั้งควรหมั่นติดตามผลการลงทุนในกองทุนรวมอย่างสม่ำเสมอ
กองทุนรวมเป็นทางเลือกในการออมและการลงทุนสำหรับมือใหม่ที่น่าสนใจ ดังนั้นหากจะเริ่มต้นลงทุนอาจเริ่มศึกษาจากกองทุนรวมก่อนเป็นอย่างแรกๆก็ได้

เคล็ดลับบริหารเงินเดือนให้พอใช้และมีเงินเหลือเก็บ (2)

การวางแผนกำหนดเพดานค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนให้อยู่ที่ประมาณ 50 % ของรายรับในแต่ละเดือน จะทำให้คุณมีเงินเหลือสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ,เก็บออมและใช้จ่ายเพื่อซื้อความสุขต่างๆให้กับตัวเอง ซึ่งเงินในส่วน 50 % ที่เหลือจากการหักค่าใช้จ่ายประจำนี้ ควรวางแผนใช้ให้รอบคอบเช่นกัน เพราะถ้าใช้เงินดีๆ ก็จะมีเงินเหลือเก็บอีกเพียบ แถมยังช่วยสร้างวินัยทางการเงินให้คุณใช้จ่ายอย่างพอดีตัวอีกด้วย
มาดูวิธีใช้เงินในส่วนนี้กัน
1. คำนวณค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แล้วแบ่งเงินใส่ซองเอาไว้ให้พอดีเพื่อที่จะได้หยิบมาใช้ในแต่ละวันได้สะดวก เช่น เงินเดือน 25,000 บาท หักค่าใช้จ่ายประจำที่จำเป็นในแต่ละเดือนไปแล้ว 50 % จะเหลือเงิน 12,500 สำหรับใช้จ่ายทั้งเดือน จากนั้นคุณคำนวณค่าใช้จ่ายประจำวันในการเดินทางไปทำงานและค่าอาหารตกวันละ 250 บาท ก็ให้แบ่งเงินจำนวน 250 บาทใส่ซองพลาสติกเอาไว้ และเมื่อออกจากบ้านก็หยิบเงินที่จัดเอาไว้ในซองไปทำงานวันละซอง รวมถึงวันหยุดด้วย ซึ่งค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ทั้งเดือนจะตกอยู่ที่ 7,500 บาท เหลือเงินอีก 5,000 บาทสำหรับใช้จ่ายในส่วนอื่นๆ
2. เก็บเงินที่เหลือจากการใช้จ่ายในแต่ละวัน อย่างเช่น เหลือเงินค่าอาหารกลางวันเนื่องจากที่แผนกมีงานเลี้ยง นำมาหยอดใส่กระปุกหรือกล่องใส่เงิน ซึ่งจะทำให้คุณมีเงินเก็บเพิ่มขึ้นได้อีก
3. กำหนดวงเงินสำหรับเที่ยวและช็อปปิ้ง แม้ต้องเก็บเงินเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเงิน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่มีโอกาสใช้เงินเพื่อความสุขของตัวเอง เพียงแต่ต้องรู้จักกำหนดงบประมาณที่เหมาะสมและใช้จ่ายไม่เกินงบ เพื่อไม่ให้กระเป๋าฉีก เงินไม่พอใช้จนต้องนำเงินเก็บมาใช้
เพียงทำได้ตามแผนนี้ คุณก็จะไม่มีปัญหาเรื่องเงินไม่พอใช้ และเพิ่มโอกาสในการเก็บออมเงินให้มากขึ้น เพื่อบรรลุเป้าหมายความมั่งคั่งทางการเงินต่อไปในอนาคต

บันไดสู่ความมั่งคั่งขั้นที่สอง :วางแผนออมเงินอย่างเป็นระบบ

หลังจากวางเป้าหมายของชีวิตในแต่ละช่วงที่มีทั้งเป้าหมายระยะสั้น,ระยะกลางและระยะยาวแล้ว ก็ต้องมาเริ่มต้นวางแผนการเก็บออมเงินเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในแต่ละระยะกัน
เริ่มต้นจากการมีเงินออมฉุกเฉินก่อน
เมื่อเริ่มต้นทำงานในช่วงแรกๆที่เงินเดือนยังไม่มากนัก แต่อยากสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตเอาไว้ก่อน ต้องเริ่มจากการมีบัญชีเงินออมสำหรับฉุกเฉิน ซึ่งข้อดีของการมีบัญชีฉุกเฉินก็คือ เพิ่มความอุ่นใจให้กับคุณได้ว่าแม้มีเรื่องต้องใช้เงินด่วนก็ยังมีเงินสำรองที่สามารถบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าได้ และที่สำคัญคือลดโอกาสในการเป็นหนี้เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่คิดจะเป็นหนี้ แต่ก็ต้องมาตกหลุมพรางของเงินที่ต้องใช้ในยามฉุกเฉินนี้เอง
แยกบัญชีให้เป็นสัดส่วน
แบ่งบัญชีในการเก็บเงินให้เป็นสัดส่วนเพื่อที่จะได้ประเมินความก้าวหน้าของแต่ละบัญชีได้ อย่างเช่น บัญชีเงินเก็บเพื่อเกษียณก็แยกออกไปหนึ่งบัญชี ที่เหลือก็เก็บเงินตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ เช่น บัญชีเงินเก็บเพื่อดาวน์บ้าน,บัญชีเงินเก็บสำหรับลูก เป็นต้น
วางแผนในการออมเงิน
ตั้งเป้าหมายว่าในแต่ละเดือนจะออมเงินอย่างไรดี เช่น แบ่งออมเงินเพื่อเกษียณด้วยการหักเงินอัตโนมัติจากเงินเดือนเข้าบัญชีเงินออม 10 % ,วางแผนเงินออมสำหรับค่าใช้จ่ายในแต่ละเทศกาล เพื่อที่จะได้ไม่ต้องใช้จ่ายเงินเกินตัวจนกระเป๋าฉีก เป็นต้น
การวางแผนออมเงินเป็นเรื่องที่แต่ละคนควรปรับใช้ให้เหมาะกับตัวเอง อย่างคนที่มีรายได้มาก ก็ต้องปรับสัดส่วนการออมเงินให้มากขึ้น ในขณะที่คนมีรายได้น้อยอาจจะใช้วิธีการออมเล็กๆน้อยอย่าง เก็บเงินที่เหลือจากค่าใช้จ่ายแต่ละวันใส่กระปุก เพื่อที่จะได้ไม่กระทบสภาพคล่องทางการเงินในชีวิตประจำวันจนอาจเกิดความท้อแท้ จนไม่อยากจะเก็บเงินอีกต่อไปก็ได้

บันไดสู่ความมั่งคั่งขั้นที่สาม :จัดการหนี้สิน อุปสรรคของความมั่งคั่ง

แม้จะมีการวางแผนทางการเงินที่ดีเพียงใด แต่กับดักอย่างหนึ่งที่เป็นอุปสรรคของความมั่งคั่งก็คือหนี้สิน ที่มักจะมาในรูปของค่าใช้จ่ายเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต อย่าง ค่าผ่อนบ้าน หรือมาในรูปของความสะดวกสบายในการใช้จ่าย อย่างเช่นบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด และอย่างสุดท้ายก็คือ ค่าใช้จ่ายฉุกเฉินและการใช้เงินที่เกินตัวจนทำให้คุณตัดสินใจที่จะกู้เงินจากสถาบันการเงินและหนี้นอกระบบ
ดังนั้นหากไม่อยากติดกับดักทางการเงินเหล่านี้ ควรมีการวางแผนจัดการกับหนี้สินต่างๆอย่างเป็นระบบดังต่อไปนี้
1. กำหนดเพดานหนี้ไม่ให้เกิน 40 % ของรายได้ หากมากกว่านี้อาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินและอาจทำให้คุณตัดสินใจเป็นหนี้เพิ่มขึ้นอีก
2. หากมีการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ควรใช้เมื่อจำเป็นและชำระเต็มวงเงินทุกครั้ง อย่าจ่ายแต่เพียงรายเดือนขั้นต่ำเพราะจะทำให้คุณต้องเผชิญกับดอกเบี้ยที่สูงมาก
3. หากมีหนี้หลายอย่าง ให้เริ่มชำระหนี้สินที่มีจำนวนน้อยๆก่อน แล้วค่อยๆทยอยผ่อนหนี้ที่มีจำนวนมากขึ้นจนหมด หากจำเป็นอาจต้องมีการรีไฟแนนซ์เพื่อลดภาระหนี้ให้เหลือเพียงกองเดียว และค่อยๆทยอยผ่อนชำระ
4. คำนวณเงินค่าผ่อนบ้าน และวางแผนผ่อนให้หมดเร็วที่สุด เพื่อที่จะได้ลดดอกเบี้ยในการผ่อนบ้านระยะยาว แต่ทั้งนี้ควรประเมินกำลังด้วยว่าไม่ได้ผ่อนบ้านในจำนวนเงินที่สูงมากจนส่งผลต่อสภาพคล่องทางการเงิน
5. ประหยัดค่าใช้จ่าย มีวินัยทางการเงินที่ไม่ใช้เงินเกินตัว และหารายได้พิเศษเพิ่มเพื่อนำมาชำระหนี้และเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้มากขึ้น
การไม่มีหนี้จะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายความมั่งคั่งทางการเงินได้เร็วขึ้น ดังนั้นจึงควรจัดการหนี้สินต่างๆให้เรียบร้อย เพื่ออนาคตทางการเงินที่สดใสที่รออยู่อีกไม่ไกล

หุ้นปันผล อีกหนทางหนึ่งสู่ความมั่งคั่ง

การลงทุนในหุ้นปันผล ก็เป็นอีกหนทางหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการผลตอบแทนในการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพราะการลงทุนในหุ้นปันผลนี้นักลงทุนจะได้รับผลตบแทนในรูปของเงินสดและหุ้นปันผลขึ้นอยู่กับนโยบายของบริษัท
ก่อนจะตัดสินใจลงทุนในหุ้นปันผล ควรศึกษานโยบายของบริษัทที่จะเข้าไปซื้อหุ้นให้ดี ว่ามีนโยบายการจ่ายปันผลเป็นอย่างไร นักลงทุนไม่น้อยคาดหวังผลตอบแทนเป็นเงินสดมากกว่าหุ้นปันผล ดังนั้นต้องติดตามนโยบายการจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอเพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
การเลือกลงทุนในหุ้นปันผล ให้ได้ผลตอบแทนอย่างที่ต้องการ ควรเลือกพิจารณาหุ้นที่จะลงทุนด้วยแนวทางดังต่อไปนี้
1. เลือกลงทุนในบริษัทที่มีการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถดูได้จากประวัติการจ่ายเงินของบริษัทที่ต้องดูย้อนหลังไปอีกหลายๆปี ว่ามีการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่องหรือไม่ บางบริษัทจ่ายปันผลสูงมาก แต่เมื่อย้อนกลับไปดูอาจพบว่าบริษัทเพิ่งขายทรัพย์สินบางส่วนไป ทำให้มีกำไรมากพอที่จะจ่ายปันผลในอัตราสูงพิเศษ ในขณะที่กิจการของบริษัทจริงๆกำลังถดถอยก็เป็นได้ ดังนั้นควรพิจารณาข้อมูลให้รอบด้าน
2. ติดตามข่าวสารของบริษัทอยู่เสมอ เพราะเมื่อผลประกอบการไม่ดี บริษัทก็อาจปรับลดปันผลที่จะจ่ายให้ได้ เช่น เคยมีนโยบายจ่ายปันผล 50 % ต่อปี แต่ปีนี้เศรษฐกิจถดถอย กำไรลดลง อาจเหลือจ่ายปันผลเพียง 30 %ก็ได้
3. เลือกลงทุนในบริษัทที่มีความมั่นคง เพื่อให้สามารถถือหุ้นได้ยาวและรับเงินปันผลได้อย่างต่อเนื่อง
การลงทุนในหุ้นปันผลเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยเสริมสร้างความมั่งคั่งของคุณ ดังนั้นศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

บันไดสู่ความมั่งคั่งขั้นแรก : วางแผนเป้าหมายที่ต้องการในชีวิต

หลังจากที่ได้ตรวจสอบสถานะทางการเงินว่าอยู่ในระดับไหนและรู้วิธีตรวจสอบอัตราความมั่งคั่งของตนเองไปแล้ว ก็ถึงเวลาเริ่มต้นก้าวสู่ความมั่งคั่งในขั้นตอนแรก ก็คือการวางแผนเป้าหมายที่ต้องการในชีวิต เพื่อให้คุณมีแนวทางในการเก็บเงินและบริหารชีวิตของตนเองให้ไปถึงยังเป้าหมายที่ต้องการได้
การตั้งเป้าหมายสำคัญอย่างไร
หากเปรียบเทียบกับการขับรถ หากไม่มีการตั้งเป้าหมายว่าปลายทางคุณจะเดินทางไปยังที่ใด คุณจะทำได้เพียงการขับรถไปเรื่อยๆจนกระทั่งน้ำมันหมด แต่จุดที่น้ำมันรถหมดนั้นเป็นจุดที่คุณไม่ชอบเอาเสียเลย แต่คุณก็ไปไหนไม่ได้ เพราะน้ำมันหมดแล้ว แต่หากตั้งเป้าหมายเอาไว้ คุณก็จะมีโอกาสเลือกว่าจุดหมายนั้นเป็นจุดที่คุณต้องการหรือไม่ และทำให้คุณมีการวางแผนในการเดินทางให้ไปถึงเป้าหมายได้อย่างปลอดภัยโดยสวัสดิภาพ
เช่นเดียวกับการวางแผนทางการเงิน ที่จะนำพาคุณไปยังเป้าหมายในชีวิตได้อย่างที่ต้องการ
ตั้งเป้าหมายในชีวิตอย่างไรดี
คุณสามารถตั้งเป้าหมายในชีวิตแต่ละช่วงออกเป็นสามระยะ คือ
• ระยะสั้น อย่างการตั้งเป้าหมายเก็บเงินเรียนต่อเพื่อเพิ่มโอกาสในการทำงานให้ได้ตำแหน่งและเงินเดือนที่สูงขึ้น หรือตั้งเป้าหมายในการซื้อรถยนต์เพื่อความสะดวกในการทำงาน ประหยัดเวลาในการเดินทางหลายต่อ เป็นต้น
• ระยะกลาง เป็นการตั้งเป้าหมายในการเริ่มต้นสร้างรากฐานของชีวิตอย่างเก็บเงินดาวน์บ้าน หรือเก็บเงินเพื่อแต่งงาน
• ระยะยาว เป็นการวางแผนการใช้ชีวิตในยามเกษียณ เช่น การเก็บเงินเพื่อเกษียณ,วางแผนการเงินเพื่อค่าเล่าเรียนของลูก เป็นต้น
การแบ่งเป้าหมายออกเป็นระยะเหล่านี้ จะช่วยให้คุณมีการเตรียมพร้อมให้กับความรับผิดชอบแต่ละช่วงของชีวิตและมีความพร้อมสำหรับอนาคตในยามเกษียณอายุ เพื่อให้ทุกช่วงชีวิตของคุณเป็นไปอย่างสุขสบายและมีความมั่นคงในชีวิตในระยะยาว

บันไดสู่ความมั่งคั่งขั้นที่สี่ :วางแผนในการลงทุน เพื่อเงินที่งอกเงย

หลังจากวางแผนการใช้จ่ายเงิน เริ่มเก็บออมและจัดการกับปัญหาหนี้สินที่เป็นอุปสรรคของความมั่งคั่งแล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จะเพิ่มพูนความมั่งคั่งให้กับตัวคุณเองด้วยการลงทุน ซึ่งการลงทุนที่ถูกต้องจะทำให้คุณก้าวสู่ความมั่งคั่งได้อย่างรวดเร็ว และยังเป็นการใช้ให้เงินทำงานโดยที่คุณไม่ต้องเหนื่อยไปลงทุนลงแรงใดๆให้มากความ เพียงแค่รู้จักวางแผนและลงทุนอย่างรอบคอบ เงินก็จะเข้ามาหาคุณเองอย่างต่อเนื่องแม้ไม่ได้ทำงานแล้วก็ตาม
การลงทุนนั้น ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่ามีความเสี่ยงติดตามมาด้วยอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงมากหรือความเสี่ยงน้อย ซึ่งคุณจะต้องทำความเข้าใจยอมรับความเสี่ยงเหล่านี้และเลือกลงทุนให้เหมาะกับตัวเอง
แนวทางในการลงทุนที่ช่วยสร้างความมั่งคั่งและลดความเสี่ยงในการลงทุนของคุณ สามารถทำได้ดังต่อไปนี้
1. วางแผนลงทุนอย่างมีวินัย การลงทุนเพื่อความมั่งคั่งไม่ใช่การเก็งกำไรที่คาดหวังผลจากการซื้อขายระยะสั้นๆ แต่ควรเป็นการลงทุนที่มีแบบแผนและมีวินัยในการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ ไม่เสี่ยงโดยไม่จำเป็น
2. จัดพอร์ตการลงทุนที่เหมาะกับตัวเอง หากมีเงินเย็นพอสมควรและสามารถรับความเสี่ยงได้มาก ก็อาจจัดพอร์ตการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงแต่ผลตอบแทนมากได้ แต่หากไม่ต้องการความเสี่ยงในการลงทุน ควรจัดพอร์ตอย่างปลอดภัยที่มีเป้าหมายเพื่อรักษาเงินต้นเป็นหลัก และได้ผลตอบแทนกลับมาพอสมควร
3. ใช้เงินเย็นในการลงทุน อย่ากู้ยืมเงินมาเพื่อลงทุน เพราะหากผลตอบแทนไม่เป็นไปตามที่คาดก็จะทำให้คุณต้องตกเป็นหนี้อย่างช่วยไม่ได้
4. กระจายความเสี่ยงในการลงทุน อย่าลงทุนกับสินทรัพย์เพียงรูปแบบเดียว เพราะเมื่อไหร่ที่ราคาปรับตัวลงก็ทำให้ขาดทุนเพียงอย่างเดียว ดังนั้นเลือกกระจายความเสี่ยงด้วยการลงทุนในสินทรัพย์หลายๆรูปแบบ
เลือกลงทุนอย่างถูกวิธี จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสที่จะมั่งคั่งให้มากขึ้นได้อีก